Brand Profile

 

ACROS ORGANICS  แบรนด์ผู้ผลิตจากประเทศเบลเยี่ยม เป็นผู้นำด้านการผลิตสารเคมีกลุ่ม Organic Chemicals (เคมีอินทรีย์) สำหรับการวิเคราะห์วิจัยและพัฒนาในห้องปฏิบัติการ มีความบริสุทธิ์สูงและผลิตจาก ผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008 และ ISO 14001:2004

ACROS ORGANICS  เป็นแบรนด์สินค้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มของบริษั ท Thermo Fisher Scientific Inc. (NYSE: TMO) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดในธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์ที่ครบวงจรยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกโดยมียอดขายรวมกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และมีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่สารเคมีแล็บ รีเอเจนต์ เครื่องแก้ว ภาชนะพลาสติก อุปกรณ์วิจัยและเครื่องมือ วิทยาศาสตร์ เครื่องใช้ในห้องปฏิบัติการต่างๆ ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแล็บ

ACROS ORGANICS  มีสารเคมี ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักเคมีกว่า > 20,000 รายการ

 

 

AcroSeal® Packaging

AcroSeal® Packaging Your solution for air and moisture sensitive reagents

 

 

AcroSeal® Packaging (บรรจุภัณฑ์อะโครซีล)  นวัตกรรมลิขสิทธิ์ของ Acros Organics นี้ ผลิตออกมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยเก็บรักษาสารเคมีที่มีความไวต่ออากาศและความชื้นให้มีความแห้งและคงสภาพเดิมให้ยาวนานที่ สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่เพียงแต่เฉพาะในครั้งแรกที่เปิดใช้งานเท่านั้นแต่ยังคงสภาพสารให้แห้งตลอดอายุการเก็บรักษา 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ AcroSeal®

กลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคมีของ Acros Organics ที่มีบรรจุภัณฑ์เอกสิทธิ์ AcroSeal® ให้เลือกนั้นได้แก่

  • Extra Dry Solvents
  • Organometallic Compounds
  • Reagent-in-solution
  • Deuterated NMR Solvents
  • Organics

 

บรรจุภัณฑ์ AcroSeal® ยังถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย สะดวกสบาย และปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยฝาเกลียวนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่ผลิตออกมานั้นมีการออกแบบเป็นพิเศษให้มีคุณสมบัติ โดดเด่น 4 ประการหลัก ดังนี้

 

พื้นที่ฝาผิวหน้าที่ใหญ่ ง่ายและสะดวกต่อการใช้เข็ม Syringe เจาะดูดสารเคมีขึ้นมาใช้งาน

 

ฝาปิดบรรจุภัณฑ์ AcroSeal มีแผ่นปิด Septum ทำจากยางชนิดพิเศษ polymeric elastomer ซึ่งเคลือบพื้นผิวอีกชั้นด้วย Fluoropolymer ซึ่งมีคุณสมบัติเฉื่อยต่อการทำปฏิกิริยากับสารเคมี และคืนตัวกลับ (re-seal) ได้อย่างรวดเร็วเมื่อดึงเข็ม syringe ที่เจาะดูดสารออก โดยหากเป็นบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์อื่นๆในท้องตลาด อาจมีการใช้กาวในการเชื่อมระหว่างฝาอะลูมิเนียมและแผ่นยาง ซึ่งกาวตรงนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำ ให้เกิดการปนเปื้อนของสารได้

 

 

บรรจุภัณฑ์ AcroSeal สามารถลดอัตราการดูดซับความชื้นในอากาศของสารเคมีที่บรรจุอยู่ภายในได้เป็นอย่างดี

Figure I : กราฟแสดงการเปรียบเทียบของอัตราการดูดซับความชื้นในอากาศของสาร Tetrahydrofuran เมื่อบรรจุอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ AcroSeal® เทียบกับบรรจุภัณฑ์ของผู้ผลิตรายหนึ่ง (Supplier X)

จากกราฟด้านบนแสดงให้เห็นว่า ในช่วงระยะเวลาการทดสอบ 4 อาทิตย์ บรรจุภัณฑ์ AcroSeal® สามารถช่วยลดอัตราการดูดซับความชื้นในอากาศของสารตัวอย่าง (Tetrahydrofuran)ได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับ แบรนด์คู่แข่ง

 

บรรจุภัณฑ์ AcroSeal® ถูกออกแบบให้ผู้ใช้สามารถใช้เข็มเจาะและดูดสารออกมาได้โดยง่ายและปลอดภัย  ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการที่ต้องใช้แรงในการเจาะเข็มเพื่อดูดสารออกมา

 

 

* Septum แบบใหม่

ผลิตจาก Polymeric elastomer ที่ปกคลุมผิวหน้าด้วย inert Fluoropolymer สามารถคืนรูปรอบรูเข็มได้ดี ช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานมาก ยิ่งขึ้น

 

*Red butyl rubber septum

เป็น Septum ที่ใช้กับสารประเภท Organometallics, Reagents in Solution และ Organics โดยเฉพาะ เนื่องจากมีคุณสมบัติทนทานต่อฤทธิ์ของสารเคมีเหล่า นี้ได้เป็นอย่างดี

 

*Adhesive–free septum

ไม่มีสารเชื่อมติดหรือกาว ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนจากสารเคมีอื่น

*Multiple screw thread windings

เกลียวสกรูหลายชั้นด้านในรอบตัวฝาช่วยล็อค Septum ให้อยู่นิ่งและลดความเสี่ยงที่ความชื้นจะสะสมระหว่างฝาและตัวขวด

 

*Large Surface Area

พื้นที่ผิวหน้าที่กว้างเป็นพิเศษของฝาทำให้ สามารถเข้าถึงสารได้ง่ายขึ้นและไม่ต้องเจาะซ้ำรูเดิม หากมีการเจาะแล้วดึงเข็มออก ยางก็ยังสามารถคืนตัว ปิดเข้าหา กันอีกได้

 

*Tamper-evident seal

เกลียวฝาปิด ช่วยบ่งชี้ว่าขวดสารเคยผ่านการแกะเปิดใช้งานมาแล้วหรือไม่

 

 

วิธีการใช้บรรจุภัณฑ์ AcroSeal®

เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงขอแนะนำท่านด้วยกระบวน การดังต่อไปนี้

1. ใช้เข็มเจาะบริเวณ Septum เพื่อดูดสาร

2. เมื่อดูดสารได้จำนวนตามที่ต้องการแล้ว จึงนำเข็มออกจาก Septum

3. รูที่เกิดจากการเจาะจะถูกแผ่นไนโตรเจน (Nitrogen blanklet)

4. เมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ควรรีบทำการปิดขวดและจัดเก็บทันที เพื่อป้องกันไม่ ให้สารสัมผัสกับอากาศและเกิดการปนเปื้อน

และเพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการเจาะผ่าน Septum นั้น เราแนะนำให้ ท่านใช้เข็มเจาะประมาณ 18-21 รูและเจาะเข็มในลักษณะตามแนวเข็มนาฬิกา ตามช่องทั้ง 4 ช่องที่ได้มีการแบ่งไว้ให้ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเจาะซ้ำ บริเวณเดิม